ความฝันเกิดจากอะไร ทำไมเราถึงฝัน ?

ความฝันเกิดจากอะไร  ทำไมเราถึงฝัน?

10 เรื่องจริงของ ความฝัน (Dream) ที่คุณอาจไม่เคยรู้ ~ LUPAS

สาเหตุที่ทำให้เกิดความฝัน

พระอรรถกถาจารย์แห่งสุปินสูตร ได้แสดงเหตุของการฝันว่ามี 4 ประการ เรียงลำดับไว้ดังนี้

1. เพราะธาตุกำเริบ (ธาตุโขภะ)
คนที่มีสุขภาพไม่ดี มีโรคในท้อง อาหารไม่ย่อย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คิดปรุงแต่งต่างๆ นานาออกมาเป็นความฝัน ขณะหลับแบบครึ่งหลับครึ่งตื่น ตื่นขึ้นมายังจดจำได้เหมือนได้เห็นภาพความฝันว่าตายไปแล้ว พูดไม่ได้ พูดกับใครเขาก็ไม่รู้เรื่อง เป็นตัวอย่าง ฝันเพราะเหตุธาตุกำเริบดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องจริงจังอะไร ผู้ฝันอย่าไปคิดหวาดหวั่นพรั่นพรึงเป็นอันขาด ขอให้มั่นใจว่าเป็นความฝันที่ไม่ก่อผลร้ายต่อตนแต่อย่างไรเลย

2. เพราะเคยเป็นมาก่อน (อนุภูปุพพะ)
คนบางคนเคยคิดอะไรมากๆ พูดอะไรมากๆ ทำอะไรมากๆ ในอดีต หรือผ่านประสบการณ์ใดที่จิตยังผูกพันอยู่ก่อนที่ยังไม่ได้นอนหลับ ครั้นนอนไปแล้วหลับไม่สนิท ก็คิดใฝ่ฝันเป็นความฝัน ยิ่งเป็นคนวิตกจริตคิดมากก็ยิ่งฝันบ่อย ความฝันเช่นนี้มักไม่เป็นความจริง คิดไปก็ไร้สาระ เช่น หนุ่มฝันเห็นสาวที่ตนหลงรัก บางทีฝันว่ามีหนุ่มคนอื่นมาแย่งชิงไปเสียแล้ว แต่ตามความจริงก็ไม่มีใครมาแย่งชิง ใจคิดไปเอง หวั่นวิตกไปเอง จึงเป็นเหตุให้ฝันอย่างไร้สาระ บางคนคิดจะแทงหวย พอนอนหลับก็ฝันเห็นเลข 1, 2, 3 เป็นต้น นึกว่าจะถูกหวย ตื่นขึ้นมารีบไปซื้อหวยเลข 1, 2, 3 ผิดทุกที ไม่มีถูก เพราะเป็นเรื่องจิตอาวรณ์ เคยคิดเป็นอารมณ์เป็นประสบการณ์มาก่อน คล้ายๆ มีสิ่งที่เรียกว่า จิตใต้สำนึก ฝังใจให้กลายเป็นความฝัน

3. เพราะเทวดาดลใจ (เทพสังหรณ์)
เทวดาบางพวกชอบดลจิตดลใจให้คนใฝ่ฝัน ถ้าเป็นเทวดาร้ายก็ดลใจให้คนฝันเห็นสิ่งที่น่าตระหนก ตกใจ เข้าใจผิด เป็นทุกข์ สูญเสียในด้านต่างๆ เทวดาบางพวกเป็นเทวดาดีมีสัมมาทิฐิ ย่อมดลบันดาลให้คนฝันถึงสิ่งที่ดี มีสาระประโยชน์ โสตถิผล หรือเตือนสติให้มุ่งดีทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ รู้เหตุดี เหตุร้าย ป้องกันเหตุร้ายหมายสร้างเหตุดีมีค่า ถ้าเทวดาประสงค์ดีก็ดลใจให้เราได้รับประโยชน์ ห่างโทษต่างๆ มีโชคชัย ได้ลาภดี เทพสังหรณ์ การฝันเพราะเทวดาบันดาลนี้เชื่อกันว่ามีความจริงบ้าง ไม่มีความจริงบ้าง ก้ำกึ่งกัน เพราะยังไม่ทราบว่าเทวดาที่มาดลใจเรานั้น เป็นเทวดาดีมีสัมมาทิฐิ หรือเทวดาไม่ดีมีมิจฉาทิฐิ

4. เพราะบุรพนิมิต
ความฝันที่เกิดเพราะบุรพนิมิต หรือลางบอกเหตุล่วงหน้า มี 2 ประการ คือ ลางบอกเหตุดี และ ลางบอกเหตุร้าย ลางบอกเหตุดี เกิดมาจากบุญกุศลของแต่ละคน ส่วนลางบอกเหตุร้าย เกิดมาจากบาปอกุศลของแต่ละคน ผู้ที่เคยทำบุญไว้มากหรือท่านผู้ทรงบุญญาธิการของบ้านเมือง มักมีความฝัน หรือสุบินมิตให้เห็นเป็นลางบอกเหตุ ให้รู้ความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์บ้านเมืองภายหน้า มีเวลาที่จะปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงานให้ดีงามและอยู่รอดปลอดภัยได้ ตลอดถึงทำให้มีกำลังใจในการต่อสู้บากบั่นฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ได้ ความฝันแบบนี้จึงเป็นประโยชน์ต่อผู้ฝัน

การแปลความฝัน

ตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน มนุษย์มีการพยายามแปลความฝัน หรือ ทำนายฝัน กันไปต่างๆ นานา ความหมายของความฝัน ในแต่ละท้องถิ่นก็จะแตกต่างกันไป มีการถ่ายทอดกันมา จากรุ่นสู่รุ่นของแต่ละท้องถิ่น

1. ในด้านวิทยาศาสตร์
สำหรับนักวิทยาศาสตร์แล้ว การฝัน เป็นปรากฏการณ์ปกติตามธรรมชาติของสมอง มีความสัมพันธ์กับ การเปลี่ยนแปลงของ คลื่นไฟฟ้าสมอง แสดงว่า สมองบางส่วน ยังทำงาน สานต่อกัน เป็นการเห็น การได้ยิน การสัมผัส ฯลฯ โดยปราศจาก การควบคุม จากสมองใหญ่ (cerebrum) ทำให้ความฝัน เกือบทั้งหมด แปลก และพิสดารเกินกว่าที่จะเกิดขึ้นได้ ในชีวิตจริง การแปลความฝันในด้านวิทยาศาสตร์ ต้องทราบบุคลิกและภูมิหลังของผู้ฝัน สิ่งแวดล้อม และเหตุการณ์ ที่ฝังใจอยู่ หรือเพิ่งเกิดขึ้น

2. ในด้านจิตวิเคราะห์ (psychoanalysis)
นักจิตวิเคราะห์ ถือว่า ความฝันเป็นสิ่งสะท้อนถึงจิตในส่วนลึก ทั้งความสุข ความสมหวัง และความทุกข์ ความผิดหวัง ตั้งแต่อดีต ถึงปัจจุบัน จึงนำความฝัน มาใช้ในการทำ จิตบำบัด (psychotherapy) แก่ผู้ป่วย โรคจิต โรคประสาท พวกเขาเชื่อว่า ความฝัน เป็นช่องทางให้ ความอัดอั้น ตันใจ ได้ระบายออก ในขณะหลับ ซึ่งส่วนใหญ่ จะให้ผลดีต่อ สุขภาพ นักจิตวิเคราะห์ ได้แปลความฝัน กันอย่าง กว้างขวาง รวมไปถึง ความรัก เพศสัมพันธ์ ความอบอุ่น ในครอบครัว จากอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ และถือว่า ความฝันอาจแสดงถึงความจริงบางอย่างที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ในขณะตื่น หรือเป็นแนวคิด ความหลงผิด ความเพ้อฝัน ความเครียด ความกังวล ความเจ็บป่วย ทุกข์ร้อน ซึ่งแพทย์ นักจิตวิทยา และผู้ให้การ รักษาพยาบาล ควรใส่ใจ และไม่ละเลยต่อ ความฝันของผู้ป่วย

3. ในด้านการทำนายฝัน
การใช้ความฝัน เพื่อการทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นศาสตร์เร้นลับที่ใช้กันมาตั้งแต่โบราณกาล จนกลายเป็นตำนานสืบทอดของแต่ละถิ่น ผสมผสานกับ ความเชื่อ ความนิยม และ ขบนธรรมเนียม ประเพณี ที่สืบทอดกันมาของแต่ละชุมชน

การแก้ฝัน และการทำให้ฝันดี

ตามตำราไทย มีวิธีแก้ฝันอยู่อย่างหนึ่งที่คนสมัยก่อนนิยมใช้เป็น “เคล็ด” แก้ฝัน ของตนเองอยู่ จนถึงทุกวันนี้ คือใช้วิธี เล่าความฝันให้ใครคนใดคนหนึ่งฟัง ไม่ว่าจะเป็น “ฝันดี” หรือ “ฝันร้าย” ก็ตาม คนที่รับฟัง จะเป็นคน “แก้ฝัน” ให้เราเอง คือพอเราเล่าจบ เขาจะต้อง ให้พรว่า “ฝันดี จะมีลาภ” เราก็จะต้อง ยกมือไหว้ และตอบว่า “สมพรปากเถิด”

นอกจากนี้ การหมั่นทำบุญ สวดมนต์ ไหว้พระ ทำจิตใจให้สงบ มีสติ ตั้งอยูในความไม่ประมาท จะช่วยให้ท่าน ได้พบเจอแต่สิ่งดีๆ มีความเจริญ รุ่งเรือง

พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า

” คนที่ฝันร้าย คือฝันเห็นสิ่งต่างๆ ที่น่ากลัวน่าหวาดเสียวนั้น ก็เป็นเพราะเหตุที่ไม่มีสติสัมปชัญญะในเวลานอนหลับ แต่ผู้ที่มีสติตั้งมั่น มีสัมปชัญญะสมบูรณ์อยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งหลับแล้ว ก็จะฝันแต่สิ่งที่ดีเสมอ ไม่ฝันถึงสิ่งชั่วร้ายหรือน่าหวาดกลัวเลย ”

” ความฝันดีย่อมเกิดจากจิตใจที่สงบ… ถ้าเราอยากฝันดีก็ควรตั้งใจดี มีจิตเมตตาแก่คนทุกคน ก่อนจะถึงเวลาหลับ “

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *